Home > Beauty & Grooming > Skincare > ค่า SPF คือ อะไร สูงเท่าไหร่ถึงจะดี ?
ค่า SPF คือ อะไร สูงเท่าไหร่ถึงจะดี ?

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดร้อน จะเดินออกไปข้างนอกแต่ละที ก็ต้องทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวกัน แต่การเลือกครีมกันแดด แต่ละครั้ง ก็ต้องมีการเลือกค่า SPF ด้วย ซึ่งค่า SPF ต่าง ๆ บนขวดครีมกันแดด เรามักเห็นกันจนชินตา แต่ ค่า SPF คือ อะไรกันแน่ ช่วยผิวเรื่องอะไร และสูงเท่าไหร่ถึงจะดีต่อผิวของเรา ? วันนี้ LSA จะพาคุณมารู้จักกับ SPF กัน

ค่า SPF คือ อะไร

ค่า SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor หรือก็คือค่าที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ได้เท่าไหร่ ค่านี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเราสามารถอยู่กลางแดดได้นานเท่าไหร่ กว่าที่ผิวของเราจะได้รับอันตรายจากแสงแดด ซึ่งค่านี้ยิ่งสูงเท่าไหร่ก็หมายถึงความสามารถในการปกป้องผิวของเราจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ค่า SPF ที่สูงย่อมมาคู่กับผลข้างเคียงที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองสูงขึ้นได้เช่นกัน

แล้วค่า PA คือ อะไร

ค่า PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA เป็นค่าที่บ่งบอกความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA โดยใช้เครื่องหมายบวกระบุประสิทธิภาพแทนตัวเลขนั่นเอง

Feature Image by Mikhail Nilov/pexels

ค่า SPF คือ
ภาพโดย Sunny Skin/pexels

ความแตกต่างของ SPF กับ PA

เรามักจะเห็นค่านี้อยู่คู่กันบนครีมกันแดดอยู่เสมอ ซึ่งทั้ง 2 ค่า ทำหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย ค่า SPF คือ สิ่งที่มีหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสี UVB ซึ่งรังสีตัวนี้ แม้จะไม่สามารถทะลุผ่านกระจกได้ แต่ก็อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ไหม้แดด และทำให้ผิวคล้ำขึ้นได้ โดยค่า SPF ต่าง ๆ สามารถกันรังสี UVB ได้แตกต่างกันดังนี้

SPF 15 กัน UVB ได้ 93.4%

SPF 30 กัน UVB ได้ 96.7%

SPF 50 กัน UVB ได้ 98.1%

ส่วนค่า PA มีหน้าที่ป้องกันผิวจากรังสี UVA ที่สามารถทะลุผ่านกระจกเข้าสู่เซลล์ผิวของเราได้ หากเราไม่ป้องกันผิวของเราอย่างเหมาะสม รังสี UVA จะเข้าไปทำร้ายเซลล์ผิวจนก่อให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า และกระต่าง ๆ อีกทั้งยังทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย โดยค่า PA ต่าง ๆ สามารถกันรังสี UVA ได้ต่างกันดังนี้

PA+ กัน UVA ได้ 50-75%

PA++ กัน UVA ได้ 75-87.5%

PA+++ กัน UVA ได้ 87.5-93.8%

PA++++ กัน UVA ได้มากกว่า 93.8%

ค่า SPF คือ
ภาพโดย Armin Rimoldi/pexels

แล้วค่า SPF เท่าไหร่ถึงจะดี

ถึงแม้ทั้งค่า SPF และ PA ยิ่งสูง ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจะยิ่งดี แต่ก็ใช่ว่าจะดีกับเราเสมอไป เพราะยิ่งค่า SPF สูงเท่าไหร่ เนื้อครีมกันแดดจะยิ่งเหนียว และก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวโดยไม่จำเป็นมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกค่า SPF ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์หรือการใช้งานของเรามากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด เช่น หากเราเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือทำงานในอาคารเป็นส่วนใหญ่ ค่า SPF ที่เหมาะสมและเพียงพอจะอยู่ที่ประมาณ 15 แต่ถ้าเราต้องทำกิจกรรมนอกอาคารด้วย อาจอยู่กลางแจ้งแต่แดดไม่ร้อนจัด แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ค่า SPF 30-45 เป็นต้น

ค่า SPF คือ
ภาพโดย Tara Winstead/pexels

นอกจากการเลือกครีมกันแดดให้ตรงกับไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีข้อควรปฏิบัติในการเลือกใช้ครีมกันแดดอีกดังต่อไปนี้

  1. เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติอื่นที่ตรงกับกิจกรรมของเราร่วมด้วย เช่น กันน้ำ กันเหงื่อ หรือมีเนื้อสัมผัสบางเบา เพื่อให้เราทำกิจกรรมได้อย่างราบรื่น และให้ครีมกันแดดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 1 ช้อนชา หรือ 2 ข้อนิ้วมือ เพื่อให้ครีมกันแดดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ หากทาน้อยกว่านั้น การปกป้องผิวก็ลดลงตามไปด้วย
  3. หมั่นทาครีมกันแดดระหว่างวัน หรือทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพของครีมกันแดดให้อยู่ในระดับสูงที่สุด

 

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่น ล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

ค่า SPF คือ อะไร สูงเท่าไหร่ถึงจะดี ?

CappuCoff Hopper

นักเขียนฟรีแลนส์ผู้หลงรักเสน่ห์ของกาแฟ เป็นสาย Cafe Hopping ที่มักพกคอมพิวเตอร์คู่ใจไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟและร้านอาหารใหม่ ๆ มีงานอดิเรกคืออ่านวรรณกรรมและเล่นเกม