Home > Culture > Entertainment > ป้อนความคิดบวกใส่หัว! นี่คือวิธีที่ “จูเน่-เพลินพิชญา” จัดการกับสุขภาพจิตของเธอ
ป้อนความคิดบวกใส่หัว! นี่คือวิธีที่ “จูเน่-เพลินพิชญา” จัดการกับสุขภาพจิตของเธอ

เธอออกปากก่อนถึงเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ เพราะคิดว่าปัญหา สุขภาพจิต คงเป็นหัวข้อซีเรียสที่ไม่ค่อยน่าสนุกสักเท่าไหร่ แต่หลังจากครุ่นคิดได้ไม่นาน จูเน่ก็ตัดสินใจหยิบขึ้นมาพูดเป็นประเด็นสำคัญ พร้อมเล่าด้วยรอยยิ้มสดใสว่า สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อแฟนๆ และคนที่กำลังอ่านอยู่

ในปี 2565 กรมสุขภาพจิตรายงานว่าอีกไม่กี่ปี ปัญหา สุขภาพจิต จะกลายมาเป็นโรคร้ายแรงอันดับหนึ่ง และมันสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกช่วงวัย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าคนรุ่นก่อนมีความเครียดน้อยกว่าคนรุ่นปัจจุบัน เพราะสภาพแวดล้อม สังคม และการใช้ชีวิตที่แม้จะลำบากกว่าในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ก็ง่ายกว่าเรื่องความเป็นอยู่ เด็กรุ่นใหม่จึงมีแนวโน้มที่พบกับปัญหา สุขภาพจิต มากกว่าผู้ใหญ่ และแน่นอนว่าโรคนี้แพร่ไปได้ทุกที่ ประสบได้กับทุกคน และทุกอาชีพ เหมือนที่มันเกิดขึ้นกับนักแสดงรุ่นใหม่วัย 22 ปีคนนี้ “จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน”

จูเน่ สวมเสื้อผ้าทุกชิ้น จาก EVISU

ไอดอลเลือดใหม่ที่กำลังมีผลงานเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในชีวิต กับภาพยนตร์เรื่อง OMG รักจังวะผิดจังหวะ แม้สาวจูเน่จะไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่คิด และรู้สึกในสิ่งที่อยากรู้สึก แต่ภายใต้ท่าทางสดใสร่าเริง เธอเองก็ประสบกับปัญหาทางด้านจิตใจไม่ต่างกัน ซึ่งเธอเล่าให้กับ LSA Thai ว่ามันเกิดขึ้นหลังจากที่ไปออกรายการสัมภาษณ์รายการหนึ่ง

“หนูเคยเล่าตอนไปสัมภาษณ์รายการหนึ่ง ว่าหนูเองก็มีปัญหาทางด้านจิตใจ คือมันมีทั้งขึ้นและลง ตลอด 22 ปีที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่หนูเรียนรู้ได้อย่างชัดเจนคือ ไม่มีอะไรที่แน่นอนเลยสักอย่าง จะอยู่รอดในโลกนี้ได้คือต้องยอมรับความจริงว่าอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ซึ่งมันยากมากนะ เพราะบางครั้งคุณยอมรับมันได้แล้วปล่อยผ่านไป แต่สุดท้ายมันก็จะวนกลับมาอีกเป็นวงจรชีวิต ซึ่งตอนนั้นหนูแย่มาก ถึงขนาดว่าไม่อยากอยู่อีกต่อไปเลย แล้วคิดไปด้วยซ้ำว่ามันคงไม่ได้กระทบใครหรอก มันไม่ได้ทำให้ใครเจ็บถ้าไม่มีหนูอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็มาคิดได้ เวลาที่มันอยู่ที่จุดต่ำที่สุด”

เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ครั้งนั้น

“อืม….(ครุ่นคิด) หนูคิดว่าตัวเองเป็นพวกสุขนิยม มีคนบอกหนูแบบนั้นนะ เขาบอกว่าชอบที่หนูเป็นพวกที่เอาความสุขเป็นที่ตั้งก่อนอันดับแรก พอโตมาถึงได้เรียนรู้ว่าหนูเป็นคนที่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ ซึ่งมันก็ดีนะเวลาที่ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วหนูจะอึดอัดมากเมื่อก่อน เวลาที่อยู่ในสถานการณ์หรือต้องไปทำอะไรก็แล้วแต่โดยที่แบบไม่ใช่ตัวเองเลย แต่พอโตขึ้นมันก็สอนเราว่าเราไม่สามารถที่จะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจได้ตลอด เราต้องเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ทำแบบนั้น มันจะผิด และไม่เป็นไปตามแผนเลย” จูเน่ที่โตขึ้นได้คำตอบว่าการตัดสินใจในชีวิต ไม่สามารถขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกได้ทุกครั้ง แต่เหตุผลและกรอบประสบการณ์ คือสิ่งที่ต้องหยิบมาใช้ผสมผสานกันไป

จูเน่ สวมเสื้อผ้าทุกชิ้น จาก EVISU

ถึงจุดที่ปล่อยวาง

เมื่อเติบโตขึ้นทีละนิดเธอได้เรียนรู้การใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นทีละอย่าง อีกหนึ่งสิ่งคือรู้จักที่จะปล่อยวางเสียบ้าง “ความคิดของมนุษย์เรา มันควบคุมเราได้ เพราะฉะนั้นมันสำคัญมากเลยนะ กับสิ่งที่เราจะป้อนใส่เข้าไปในหัวเรา ในความคิดเรา แต่ท้ายที่สุด อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดแหละ เราไปควบคุมมันไม่ได้ ตัวเราต่างหากที่ต้องดูแลตัวเอง เพราะเราไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดใครได้ จริงๆ มันคือการฝึกจิตใจของเราให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกัน ต่อสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราเอง” เธอเรียบเรียงประโยคพร้อมตอบอีกครั้งอย่างมั่นใจ

“และมันก็จะกลับมาที่ว่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องป้อนแต่สิ่งดีๆ ใส่ในหัวของเราเอาไว้ เช่นเราอยากมีชีวิตแบบไหน หรืออะไรก็ได้ที่เป็นพลังบวกให้กับตัวเรา เตือนตัวเองว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิต เราสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ ชีวิตมันเปราะบางมากๆ”

จูเน่ สวมเสื้อผ้าทุกชิ้น จาก EVISU

แล้วอะไรที่ทำให้จูเน่มีความสุข

“อาหาร (หัวเราะ) อาหารทำให้หนูมีความสุขมาก หรือการได้ดูภาพยนตร์จาก Studio Ghibli ทำให้หนูมีความสุขเหมือนกัน หนูชอบมันมากๆ ชอบที่เขาสามารถสร้างความเป็นมนุษย์ ในโลกของการ์ตูนและจินตนาการได้เหมือนจริง”

“อีกอย่างคือเรื่องของการเป็นคนมีจิตใจดี มีเมตตาต่อตัวเองแล้วก็คนอื่น แค่ทำดีต่อกัน โลกเรามีแต่ปัญหาวุ่นวายไปหมด ทำไมเราไม่ทำให้ดีที่สุดในทุกวัน ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น เวลาหนูขับรถขึ้นทางด่วน แล้วเจอกับพนักงานทางด่วน หนูจะยิ้มจะสวัสดี พยายามคุยกับเขา มันอาจฟังดูตลก แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้กลับทำให้หนูมีความสุขนะ” จูเน่ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหวาน ทั้งๆ ที่ตอนเปิดเรื่องกันมากลับเป็นหัวข้อ สุขภาพจิต ที่ค่อนข้างหนักหัว หากระหว่างทางการนั่งพูดคุย มันเหมือนเราต่างได้ใช้ถ้อยคำพูดเตือน และกระตุ้นพลังบวกให้แก่กัน จึงได้ผุดเป็นรอยยิ้มมุมปากแห่งความยินดีทิ้งท้ายก่อนจากกันไปทั้งสองฝ่าย

 

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

ป้อนความคิดบวกใส่หัว! นี่คือวิธีที่ “จูเน่-เพลินพิชญา” จัดการกับสุขภาพจิตของเธอ

Pannatorn Tamnipanon

นักเขียนผู้เป็นสวิฟตี้ขั้นสุด และเป็น Introvert ขั้นสุดกว่า ฟัง All Too Well ของ Taylor Swift และ Sparks ของ Coldplay ได้เป็นร้อยรอบ ชอบกลิ่นอากาศตอนกลางคืน และพระอาทิตย์ตกดิน เป้าหมายคือได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศ นอนอาบแดด ฟังเพลง และอ่านหนังสือไปวันๆ