Home > Digital Cover > Cover Story: อัพเดตชีวิต การเดินทาง แล้วก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมของ “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม”
Cover Story: อัพเดตชีวิต การเดินทาง แล้วก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมของ “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม”

“เจอความสุขของชีวิตตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ ก็ประสบความสำเร็จได้เร็วเท่านั้น” มองชีวิตให้เรียบง่ายและมีความสุข คุยกับ “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” ถึงเส้นทางที่เคยเดินผ่านมาแล้ว และเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย

นักแสดง นักร้อง และพ่อแมว คือนิยามล่าสุดที่ “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” เอ่ยปากถึงตัวเองกับเราในบ่ายวันหนึ่ง วันที่เรานัดถ่ายดิจิทัลคัฟเวอร์สำหรับเปิดปีศักราชใหม่ ประจำเดือนมกราคม 2566 หนุ่มเจเจคือคัฟเวอร์สตาร์ประจำเดือนของ LSA ที่เราอยากชวนมาพูดคุยอัพเดตชีวิต หลังจากปีที่ผ่านมาหายหน้าหายตาไปจากวงการ เนื่องจากง่วนอยู่กับบทบาทใหม่ในการเป็น CEO และการเลี้ยงลูกแมวตัวน้อย 2 ตัว ที่เขาเฉลยว่าติดลูกหนักมากแบบกอไก่ล้านตัว

เจเจ สวมชุดทั้งหมดจาก VALENTINO นาฬิกาข้อมือจาก SEIKO

เจเจออกสตาร์ทด้วยการเป็นนักแสดงวัยรุ่นหน้าใส ก่อนก้าวสู่ศิลปินบอยแบนด์กลุ่มใหญ่ถึง 9 คน เขาที่เล่าว่าอุ่นใจและโชคดีมาก ที่มีเพื่อนคอยช่วยกันตัดสินใจในการทำงาน แต่เมื่อเส้นทางแยกมาสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวแล้ว การตัดสินใจเดี่ยวๆ ของเขาก็มีไขว้เขว้ไปบ้าง ซึ่งเขาเล่าว่า “แต่ว่าตอนนี้ก็ดีขึ้น กำลังฝึกไปเรื่อยๆ” และแน่นอนว่าเจเจเองก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน และนี่คือเรื่องราวของหนุ่มวัย 26 ปีกับตัวตนในวันนี้ ที่เราอยากแบ่งปันให้ทุกคนได้รู้จักกัน

อัพเดตชีวิตตอนนี้ให้ฟังหน่อย

“ตอนนี้ก็สบายดีครับ ผมเพิ่งถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่เสร็จไปตอนปลายปีที่แล้ว ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่พักผ่อน แล้วก็มีเตรียมๆ งานอยู่บ้าง คือปีที่แล้วผมไม่มีผลงานที่ปล่อยออกมาเลย มีแค่ผลงานเพลงกับน้องๆ วง 4EVE เพลงเดียวคือเพลง My Duty เพราะปีที่ผ่านมาผมจัดการชีวิตตัวเองหลายอย่าง พยายามทำบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ให้ดี ส่วนหนึ่งก็มีถ่ายซีรีส์ด้วย เลยยังไม่ได้มีผลงานออกมาในปีที่แล้ว ส่วนช่วงนี้ก็เตรียมเรื่องงานเพลงด้วย แล้วก็ประมาณเดือนมีนาคม จะมีหนังที่ทุกคนจะได้ชมกัน นอกจากงานแล้ว ชีวิตตอนนี้ผมก็เลี้ยงน้องแมว 2 ตัวชื่อ ‘บุ๊กบิ๊ก’ กับ ‘โชยุ’ เลี้ยงมาได้ประมาณปีกว่าๆ แล้วครับ รู้สึกรักมากเลย (ยิ้มหวาน)”

เจเจ สวมชุดทั้งหมดจาก LEISURE PROJECT นาฬิกาข้อมือจาก SEIKO
เป็นทั้งนักแสดง นักร้อง นายแบบ คิดว่าบทบาทไหนที่มีตัวตนของเราแทรกอยู่มากที่สุด

“ถ้าเยอะที่สุดก็ต้องเป็นด้านการแสดง กับการเป็นศิลปินนักร้องครับ ก่อนหน้านี้ผมจะรู้สึกว่าการแสดง เราต้องไปสวมบทบาทเป็นคนอื่น แต่หลังๆ มาตอนนี้ ผมรู้สึกว่าถ้าการที่เราไปแสดงเป็นคนอื่น แล้วเราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย มันก็จะยูนีคและพิเศษขึ้นมากกว่าเดิม มันเลยทำให้การแสดงเองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีตัวตนของผมอยู่ ส่วนอีกด้านก็จะเป็นนักร้องที่เป็นตัวเองร้อยเปอร์เซนต์เลย ทำอะไรที่อยากทำ ทำเพลงในแบบที่ชอบ เขียนเนื้อเพลงในแบบที่เราอยากจะเล่า ส่วนการโชว์ก็เป็นการโชว์ที่เราทำแล้ว อยากให้ออกมาเป็นเรามากที่สุดเหมือนกัน”

ทำไมใช้สเตจเนมว่า “เจเลอร์” แล้วเสน่ห์ต่างอย่างไรกับ “เจเจ”

“เพราะว่าคิดไม่ออกด้วยแหละ (ยิ้ม) แล้วก็เพราะเป็นชื่ออินสตาแกรมของผมด้วย เพราะหลังจากที่ผมตั้งชื่ออินสตาแกรม ก็มีคนเรียกผมเจเลอร์ๆ มาโดยตลอด เลยรู้สึกว่าเจเลอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างผมมาตั้งแต่แรก ทำให้คนรู้จักผมมากขึ้น ทำให้คนเห็นว่าระหว่างที่ผมเป็นผมจริงๆ ในชีวิตส่วนตัว กับผมในแบบที่ทุกคนได้เห็น มันค่อนข้างแตกต่าง แล้วมันก็แยกกันอย่างชัดเจน คนก็เข้าใจมากขึ้นด้วยนะว่าพาร์ทไหนเป็นอะไร ทำอะไรอยู่”

เจเจ สวมชุดทั้งหมดจาก KENZO นาฬิกาข้อมือจาก SEIKO
เป็นทั้งบอยแบนด์ ศิลปินเดี่ยว และร่วมงานกับศิลปินคนอื่น ความแตกต่างด้านการทำงานอยู่ตรงไหนบ้าง

“แตกต่างเยอะเลยครับ อย่างตัวผมที่เริ่มพาร์ทความเป็นศิลปิน ก็เริ่มมาจากวง 9×9 (ไนน์บายไนน์) ตอนนั้นด้วยความที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ก็ถือว่าเราได้เรียนรู้ โชคดีด้วยที่เราได้มีเพื่อนๆ อีก 8 คนมาช่วยในการตัดสินใจแทบทุกอย่าง ช่วยในการคิดงานไปกับเรา แต่มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือเมื่อเราเขยิบมาทำพาร์ทเดี่ยวแล้ว เราต้องมาตัดสินใจทุกอย่างเอง มันเลยทำให้การตัดสินใจของเรา มันไม่เฉียบคมเท่าไหร่ มันยังมีความไขว้เขวอยู่บ้าง คิดไปบ้างว่า ไอ้สิ่งที่เราตัดสินใจไป มันใช่ใช่ไหม แต่ว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ครับ”

ล่าสุดเห็นไปออกรายการเกาหลี Tripmate: Who Are You? เล่าให้ฟังหน่อย

“Tripmate: Who Are You? เป็นรายการของประเทศเกาหลีใต้ ที่ออนแอร์ทางช่อง KBS จะเป็นรายการที่ให้โฮสต์ที่เป็นศิลปินเกาหลี พาคนต่างชาติที่เป็นศิลปินเหมือนกันไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เขาอยากจะทำ ผมก็เป็นหนึ่งในศิลปินตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้ไปถ่ายทำที่นู้น สนุกมากครับ ได้สัมผัสถึงวิธีการทำงานในรายการเรียลลิตี้ของเกาหลี เราได้เห็นว่าทั้งทีมงาน ทั้งศิลปินของเขาคือมีความมืออาชีพมาก เขาสามารถทำให้สิ่งที่เซตติ้งขึ้นมา มันดูธรรมชาติไปหมด รวมถึงศิลปินเกาหลีเอง เขาก็ช่วยทำลายกำแพงเราไม่ให้ตื่นเต้น ไม่เกร็ง เลยรู้สึกว่าการทำงานกับพวกเขามันดีมากๆ”

เจเจ สวมชุดทั้งหมดจาก COS นาฬิกาข้อมือจาก SEIKO
ทำงานโปรดักชั่นเกาหลีได้อะไรจากตรงนั้นมาบ้าง

“จริงๆ ได้เยอะเลยครับ แล้วเราเองก็หยิบมาใช้ได้ด้วย อย่างเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ความครีเอทีฟ ทีมงานฝั่งเรียลลิตี้ที่ต้องคิดเกม คิดกิจกรรม ทำเซตติ้ง พอเราได้เข้าไปร่วมงานกับโปรดักชั่นเกาหลี เราได้เห็นเลยบางทีมันเป็นอะไรที่ง่ายมากๆ เราคิดไม่ถึง แต่มันมีประโยชน์ตรงที่ว่า การคิดมาแล้วของเขา มันทำให้การทำงานง่าย สนุก แล้วคนก็รับรู้เข้าใจมันได้ง่ายด้วยเช่นกัน ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเอามาปรับใช้กับฝั่งไทยของเราได้ด้วยนะ ส่วนเรื่องอุปสรรคตอนทำงานก็มีครับ คือปัญหาเรื่องภาษา แต่เอาจริง พอเราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ ตอนนั้น แม้เราจะไม่เข้าใจภาษากันก็จริง แต่มันมีการกระทำบางอย่างที่ใช้สื่อสารออกไป ท่าทาง ร่างกาย พอสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้น กำแพงทางด้านภาษามันลดลงอย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย แล้วเราก็สนุกไปกับมันได้อย่างหมดห่วง”

วัยรุ่นยุคใหม่อย่างเจเจ ให้คำจัดกัดความกับคำว่าประสบความสำเร็จอย่างไร

“ถ้าเป็นช่วง 4-5 ปีที่แล้ว ผมจะบอกว่าการประสบความสำเร็จของผมคือมี 5 อย่าง อย่างแรกคือเรื่องเงิน ต่อมาคืออยากกินอะไรก็ได้กิน อยากไปไหนก็ได้ไป มีสุขภาพที่ดี แล้วก็สามารถดูแลคนรอบข้างหรือครอบครัวของเราได้ แต่ในตอนนี้ประสบความสำเร็จของผมมันคือ ใครที่เจอความสุขของชีวิตตัวเองได้เร็วที่สุด คนนั้นแหละคือคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะคนสมัยนี้ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อยากเป็นแบบคนนั้นบ้าง อยากทำแบบนี้บ้าง แต่ว่ายิ่งเราตามหาสิ่งเหล่านั้นเท่าไหร่ เราจะยิ่งไม่มีความสุข แล้วถึงเราได้มันมาแล้ว เราก็จะไม่มีความสุขอยู่ดี”

เจเจ สวมชุดทั้งหมดจาก VALENTINO นาฬิกาข้อมือจาก SEIKO
คิดถึงภาพในอนาคตของตัวเองบ่อยแค่ไหน แล้วคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่

“ผมคิดภาพตัวเองในอนาคตตลอดเวลาเลยนะ อย่างถ้าเป็นตอนนี้ผมมองตัวเองว่า ในอนาคตผมอยากย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการย้ายไปอยู่แบบถาวรเลย แล้วเวลามีงานเมื่อไหร่ก็ค่อยบินลงมาที่กรุงเทพฯ ส่วนเจเจในอนาคตถ้าให้ฝากข้อความไปถึงตัวเองได้ ก็อยากจะบอกว่า ‘ถ้าทำงานอยู่ ก็ตั้งใจทำงาน แต่อย่ากดดันตัวเองเยอะเกินไป พยายามหาความสุขให้ตัวเองในทุกๆ วันก็น่าจะพอแล้ว’ ประมาณนี้ครับ”

ฝากผลงานของตัวเองหน่อย

“ก็ปีนี้จะมีหนังเรื่อง แสงกระสือ ภาค 2 น่าจะได้เข้าฉายประมาณเดือนมีนาคม 2566 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดครับ แล้วก็มีซีรีส์ของทาง Netflix เหมือนกัน ซึ่งจะฉายตอนปลายปี ส่วนเรื่องของเพลงในปีนี้ ก็มีเพลงที่ผมกำลังทำอยู่ด้วย รอติดตามกันได้เลย”

 

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับเรื่องราวทางวัฒนธรรมต่างๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Cover Story: อัพเดตชีวิต การเดินทาง แล้วก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมของ “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม”

Pannatorn Tamnipanon

นักเขียนผู้เป็นสวิฟตี้ขั้นสุด และเป็น Introvert ขั้นสุดกว่า ฟัง All Too Well ของ Taylor Swift และ Sparks ของ Coldplay ได้เป็นร้อยรอบ ชอบกลิ่นอากาศตอนกลางคืน และพระอาทิตย์ตกดิน เป้าหมายคือได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศ นอนอาบแดด ฟังเพลง และอ่านหนังสือไปวันๆ