Home > Living > People > ไม่มีใครเป็นต้นแบบของชีวิต “แพทริเซีย กู๊ด” เลือกที่จะไม่เอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น
ไม่มีใครเป็นต้นแบบของชีวิต “แพทริเซีย กู๊ด” เลือกที่จะไม่เอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น

เมื่อถามถึงต้นแบบการใช้ชีวิต เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบอยู่ในใจ ไม่เป็นคนดังมีชื่อเสียง ก็เป็นคนในครอบครัว แต่สำหรับเธอคนนี้ แพทริเซีย แล้วบอกได้คำเดียวเลยว่า “ไม่มี”

สำหรับเรานอกจากคุณแม่แล้ว ยังมี Elle Woods คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์รอมคอมเรื่อง Legally Blonde เป็นต้นแบบหรือไอดอลในการใช้ชีวิต แน่นอนเราไม่ได้ยึดติดและอยากจะทำตัวเหมือนเธอไปเสียทุกเรื่อง (ไม่งั้นก็คงเลือกเรียนเป็นทนายความแทนที่นักเขียนไปแล้ว) แต่เราเพียงมองว่านี่คือผู้หญิงในอุดมคติ ผู้หญิงที่เราเรียกว่าเก่ง ผู้หญิงที่ถ้าเราทำได้ ก็อยากจะมีสักส่วนในแบบของพวกเธอ หากนักแสดงสาวคนนี้กลับมองต่างออกไป เมื่อเธอยืนยันหนักแน่น ว่าการโฟกัสที่ตัวเองคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

แพทริเซีย

10 โมงเช้าในวันทำงาน เรามีนัดกับนางเอกสาวที่มาพร้อมตำแหน่งเจ้าสาวป้ายแดงอย่าง “แพทริเซีย กู๊ด” เพื่อถ่ายปกดิจิทัลคัฟเวอร์สำหรับเดือนพฤศจิกายน แพทก้าวเท้าเข้ามาในสตูฯ พร้อมคุณแม่ ก่อนจะเดินทักทายทีมงานในกองถ่ายด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าจิ้มลิ้มเป็นประกายตลอดทั้งวันของเธอ ชวนให้เราอดนึกถึงคำพูดที่ว่าออร่าของเจ้าสาวมันจับไม่ได้ เรามีนัดคุยอัพเดตชีวิตในตอนนี้ การเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว รวมถึงเรื่องการวางตัวของเธอ และไอดอลที่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต ที่เธอเลือกตอบกลับมาอย่างทันควันว่า “ไม่มี” จนเล่าต้องขอล้วงลึกลงไปให้มากขึ้น

“แพทไม่ได้มีต้นแบบการใช้ชีวิตแบบใครเป็นตัวเป็นตน สมัยเด็กๆ เราอาจจะมีไอดอล มีนักแสดงที่ชื่นชอบ ศิลปินที่ชื่นชม แต่พอโตขึ้นมา เราไม่มีเลย” ในยุคที่คนจำนวนมากถูกหล่อเลี้ยงด้วยอินฟลูเอนเซอร์ และเน็ตไอดอลบนโลกโซเชียลมิเดีย คนเหล่านั้นจึงมีหน้าที่เสมือนแม่พิมพ์ที่ใครๆ ก็อยากจะ wanna be ตามด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องการใช้ชีวิตแบบพวกยูทูปเบอร์ ที่โชว์ว่าตัวเองออกไปกินดีอยู่ดี รีวิวอาหารอร่อย กินร้านอาหารหรู และเอ็นจอยกับโอมากาเสะได้บ่อยครั้ง หรือจะเป็นแฟชั่นอินฟลูฯ ที่ชวนไปช้อปปิ้งในหลายช้อป เปิดเสื้อผ้า Fashion Haul และการได้ไปนั่งฟร้อนต์โรลที่แฟชั่นวีค

แพทริเซีย

ซึ่งถ้าพูดกันให้ดี ก็ไม่ได้นับว่าเป็นเรื่องผิดที่เราจะมองบุคคลเหล่านั้นเป็นไอดอล เพราะหลายคนเองก็เริ่มต้นจากจุดนี้จนเติบใหญ่ ได้ดิบได้ดี ไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงเงินทอง แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนได้อีกจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเราขอยกตัวอย่างอย่าง Emma Chamberlain ที่ผุดขึ้นจากการเป็นยูทูปเบอร์ บอกเล่าชีวิตวัยรุ่นของตัวเองแบบเรียลๆ โดยไม่แต่งเติมสีสัน ความเป็นตัวเองของเธอสร้างฐานคนดูและติดตามจำนวนหลายล้าน จนพาให้เธอสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองอย่าง Chamberlain Coffee มีพอดแคสแชร์ประสบการณ์ชีวิต และการได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นใหญ่ระดับโลก Louis Vuitton ในวัยเพียงแค่ 20 ปี

ไอดอลอาจไม่ได้หมายถึงแค่การเป็นต้นแบบ แบบที่เราอยากเดินรอยตาม แต่มันสามารถหมายถึงการที่เราชื่นชมและยกย่องถึงความเก่งของคนเหล่านั้นด้วย ก็ได้เช่นกัน เหมือนที่แพทพูดเสริมถึงความเห็นของเธอที่มีต่อคำถามนี้ว่า “แพทจะมองเป็นเชิงชื่นชมผลงานเขามากกว่า ทั้งศิลปิน นักแสดง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เราเลือกชื่นชมผลงาน เหมือนเรามองเป็น art form มากกว่า แต่แค่เราไม่ได้มองใคร หรือยกย่องใครว่าจะต้องเป็นเหมือนเขาให้ได้” แพทเสริมต่อเหตุผลว่า “เพราะแพทรู้สึกว่าพอเราโตขึ้น การเปรียบเทียบมันไม่ได้มีผลที่ดีสำหรับตัวเองเลย”

แพทริเซีย

และมันก็เป็นจริงอย่างที่แพทพูด เพราะสิ่งที่น่ากลัวตามมาในการเดินตามรอยเท้าคนอื่น คือการถูกเปรียบเทียบ เหมือนที่ศิลปินรุ่นใหม่ Olivia Rodrigo ออกตัวแรงมากว่า Taylor Swift คือต้นแบบชีวิตของเธอ และยกย่องให้เธอเป็นแม่ที่เลี้ยงดูเธอมา (อารมณ์ว่าโตมาได้ เพราะเพลงของเทย์เลอร์นั่นแหละ) จนเมื่อเพลงเธอดังติดชาร์ต และกวาดรางวัลใหญ่ไปมากมาย คนก็เริ่มจับผิดแล้วเอาเธอไปเปรียบเทียบกับนักร้องตัวแม่ บ้างว่าเธอไม่มีวันที่จะเก่งได้แบบนั้น หรือไม่ก็ด่าทอว่าสาวโอลิเวียเลียนแบบเทย์เลอร์มากจนเกินงาม ทั้งแนวการแต่งเพลง หรือแม้แต่ตอนรับรางวัลก็ดันแกล้งทำรางวัลตกเหมือนกันอีก จนกลายเป็นดราม่าระหว่างแฟนคลับกันเองอย่างใหญ่โต นี่คือตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่ง ที่พลังงานบวกดีๆ กลับกลายเป็นพลังงานลบไปได้เสียอย่างนั้น

“ตอนนี้แพทชอบติดตามเพจ แล้วก็อ่านบล็อกที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองมากกว่า เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง หรือจะเป็นพวกสิ่งที่ให้ค่ากับตัวเอง ยิ่งทุกวันนี้เจอกับโซเชียลมิเดียทุกวัน มันยากมากที่เราจะไม่หดหู่ ไม่เศร้า หรือไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น” แพทให้ความเห็นถึงเรื่องของโซเชียลมิเดีย ที่นับวันจะเริ่มบานปลายเข้าไปทุกทีๆ “แพทเลยไม่ได้มีใครเป็นต้นแบบ พยายามโฟกัสที่ตัวเองมากกว่า อยู่กับคนที่ทำให้เราเป็นเราที่ดีขึ้นก็นับว่าเพียงพอแล้ว” แพททิ้งท้ายมุมมองที่มีของตัวเธอเองไว้เท่านั้น นับเป็นการตอกย้ำอีกครั้ง ว่าในโลกที่เต็มไปด้วยคนจำนวนมาก การมีต้นแบบในการใช้ชีวิตก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อย่าลืมด้วยเช่นกัน ว่าเรื่องที่ดีกว่านั้น คือมีตัวคุณเองแค่คนเดียวบนโลกใบนี้ ดังนั้นแล้วจงเป็นตัวเองให้ดีที่สุด อย่าเป็นเหมือนใครและการเป็นของก็อปปี้ เพราะโลกนี้ต้องการคุณหนึ่งคน ไม่ใช่คุณสองคน

 

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

ไม่มีใครเป็นต้นแบบของชีวิต “แพทริเซีย กู๊ด” เลือกที่จะไม่เอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น

Pannatorn Tamnipanon

นักเขียนผู้เป็นสวิฟตี้ขั้นสุด และเป็น Introvert ขั้นสุดกว่า ฟัง All Too Well ของ Taylor Swift และ Sparks ของ Coldplay ได้เป็นร้อยรอบ ชอบกลิ่นอากาศตอนกลางคืน และพระอาทิตย์ตกดิน เป้าหมายคือได้ใช้ชีวิตในต่างประเทศ นอนอาบแดด ฟังเพลง และอ่านหนังสือไปวันๆ