Home > Food & Drink > ช้าง อันพาสเจอไรซ์ แรงบันดาลใจสู่เมนูเชฟเทเบิล
ช้าง อันพาสเจอไรซ์ แรงบันดาลใจสู่เมนูเชฟเทเบิล

ไทยเบฟฯ จัดทริปขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้เราได้ลิ้มรสเมนูเชฟเทเบิล จาก เชฟเมย์-พัทธนันท์ ธงทอง เจ้าของตำแหน่ง Top Chef Thailand พร้อมเสิร์ฟเคียงคู่กับเครื่องดื่มสดใหม่ ช้าง อันพาสเจอไรซ์ เข้ากับบรรยากาศชิลๆ ในช่วงฤดูหนาว

เชฟเมย์ พัทธนันท์ ธงทอง

ดินเนอร์มื้อพิเศษครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบ Northern Fusion Fine Dining โดยเชฟเมย์ พัทธนันท์ ธงทอง Top Chef Thailand ผู้เป็นทั้ง Executive Chef และหุ้นส่วนร้าน Maze Dining ที่ได้รับการแนะนำโดยมิชลินไกด์ นำเมนูซิกเนเจอร์มาครีเอตเป็นอาหารเหนือซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความโดดเด่นทั้ง 3 ด้านของ ‘ช้าง อันพาสเจอร์ไรซ์’ 

ปลาทูน่าคลุกพริกลาบเหนือและน้ำสมุนไพร ตกแต่งด้วยสลัดมะเขือเทศดอง

จานแรกเริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยที่อินสไปร์จากกระบวนการผลิตของเบียร์ที่ไม่ผ่านความร้อน (Unpasteurized) เชฟจึงนำปลาทูน่าระดับพรีเมียมมาคลุกกับพริกลาบเหนือ น้ำสมุนไพร สลัดมะเขือเทศดอง และพล่าเนื้อสันในย่าง ออกมาเป็น ‘ส้าจิ้น’ อาหารพื้นบ้านล้านนาสไตล์ใหม่ 

สเต็กปลาแซลมอนกงฟี ซอสแกงปลาไวน์ขาว เฟนเนลผัดน้ำมันมะกอก ตกแต่งด้วยฟองโฟมสมุนไพร

ต่อด้วยจานหลักที่ได้แรงบันดาลใจจากการเพิ่มกระบวนการไนโตรจิเนชัน (Nitrogenation) ของ ‘ช้าง อันพาสเจอไรซ์’ เชฟยังคงพรีเซ้นต์เมนูท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทว่าตกแต่งให้มีความประณีตมากขึ้นด้วยฟองโฟมสมุนไพร สื่อถึงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ช้าง อันพาสเจอไรซ์’ กินพร้อมสเต็กปลาแซลมอนกงฟีและเนื้อซี่โครงวากิวตุ๋นเบียร์กับซอสไวน์แดง รสชาติถูกปากมากทีเดียว

กุหลาบเวียงพิงค์

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานที่ชื่อว่า กุหลาบเวียงพิงค์ หรือ Lanna Ispahan ทำจากวัตถุดิบไทยออกมาเป็น Ispahan เวอร์ชั่นล้านนา เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจจากกระบวนการขนส่งระบบ Cold Chain ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทย เชฟเมย์นำดอกกุหลาบออร์แกนิคจากเมืองพร้าวมาผ่านการบวนการแช่ไนโตรเจนเหลวเพื่อให้เกิดความเย็น จากนั้นนำมาตกแต่งลงบนจาน ทำกิมมิคให้เราโรยกลีบกุหลาบแช่แข็งลงบนไอศกรีม 

ส่วนไฮไลท์อย่าง ช้าง อันพาสเจอไรซ์ ที่เสิร์ฟเคียงกับอาหารทั้ง 3 เมนู ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ ความโดดเด่นคือไม่ผ่านความร้อน (Unpasteurized) เพื่อคงความหอมและสดใหม่ ผลิตด้วยกระบวนการไนโตรจิเนชัน (Nitrogenation) เพื่อให้อณูฟองที่ละเอียดและนุ่ม นอกจากนี้ยังใช้ระบบการขนส่งพิเศษแบบโคลด์เชน (Cold Chain) ควบคุมอุณหภูมิให้ไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ตลอดการขนส่งตรงจากโรงงานจังหวัดกำแพงเพชรถึงร้านอาหารและโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ภายในเวลา 4 – 6 ชั่วโมง เพื่อคงรสชาติไว้ บรรจุในขวดทรงแชมเปญพรีเมียมสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

จากความโดดเด่นทั้ง 3 ด้านของ ช้าง อันพาสเจอไรซ์ รวมทั้งความพิเศษของ 3 เมนูอาหารสุดล้ำจากการรังสรรค์ของเชฟเมย์ รวมไปถึงมินิคอนเสิร์ตพิเศษจากสองสาวดูโอ ‘นิว-จิ๋ว’ ทำให้เราได้เปิดประสบการณ์แบบครบรส สมกับเป็นวินเทอร์ซีซั่นที่ทุกคนรอคอย

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

ช้าง อันพาสเจอไรซ์ แรงบันดาลใจสู่เมนูเชฟเทเบิล

Patmavut Pothichapan