Home > What’s On > News > ปรากฏการณ์ของ ทีมชาติญี่ปุ่น ใน ฟุตบอลโลก 2022 ที่พัฒนามาจากความพยายามและ Softpower
ปรากฏการณ์ของ ทีมชาติญี่ปุ่น ใน ฟุตบอลโลก 2022 ที่พัฒนามาจากความพยายามและ Softpower

ถือว่าปิดฉากอย่างสวยงามไปแล้วสำหรับเส้นทางชิงชัยใน ฟุตบอลโลก 2022 จัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ สำหรับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่มาไกลได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตามที่ทีมชาติแดนซามูไรได้ฝากฝีมือเอาไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ครั้งนี้ผลงานของพวกเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ฝากเอาไว้ในงานแข่งฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอีกครั้ง

ทีมชาติญี่ปุ่น ฟุตบอลโลก 2022

ทีมชาติญี่ปุ่น เข้าร่วม ฟุตบอลโลก 2022 ในกลุ่ม E ร่วมกับ คอสตาริกา สเปน และเยอรมนี ซึ่ง สำหรับเซียนฟุตบอลแล้ว ทีมที่น่าจะเฉือนกันเพื่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายน่าจะเป็นทีมชั้นอ๋องอย่าง เสปนกับเยอรมนี ต่างหาก แต่นักเตะญี่ปุ่นก็หักปากกาเซียน ด้วยการเฉือนชนะเยอรมนี มาได้ 2-1 ประตู แถมยังเป่าสเปน 2-1 ไปอีกทีม แต่มาฟอร์มแผ่วเมื่อเจอคอสตาริกากดไป 1 ลูก ทำให้สถิติทีมชาติญี่ปุ่นได้ขึ้นแท่นเป็นตัวแทนของกลุ่ม E เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทีมชาติญี่ปุ่น ฟุตบอลโลก 2022

นั่นจุดประกายให้ทีมชาติญี่ปุ่นมีความหวังอีกครั้ง คุณจะเห็นได้จากสายตาของนักเตะทุกคน ว่าเขากล้าที่จะชน ทีมชาติโครเอเชีย อดีตรองแชมป์บอลโลกจากปี 2018 ที่มีประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ และในคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2022 ที่ผู้ชมการแข่งขัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าการเล่นของทางทีมชาติญี่ปุ่นชุดนี้เล่นได้ดี กดดันทีมชาติโครเอเชียอย่างเห็นได้ชัด เสียแต่ว่าประสบการณ์ของทีมชาติโครเอเชียที่เก๋าเกมกว่า และยังถนัดในการเล่นแบบยืดเยื้อยาวนานถึงช่วงต่อเวลา ทำให้ทีมญี่ปุ่นที่วิ่งไล่รุกทำเกมมาตลอด เมื่อหมด 120 นาที จนถึงการยิงจุดโทษตัดสิน นักเตะบางคนดูจะมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับความกดดัน และน่าจะได้ซ้อมยิงจุดโทษมาไม่เพียงพอ ถูกโดมินิค ลีวาโควิช ผู้รักษาประตูเซฟลูกจุดโทษไว้ได้ถึง 3 ลูก จบเกมด้วยสกอร์ 4-2 ไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมชาติญี่ปุ่น ฟุตบอลโลก 2022

แต่แผนพัฒนากีฬาฟุตบอลของญี่ปุ่น ที่วางแผนมาตั้งแต่ทีมชาติญี่ปุ่นทะลุผ่านรอบเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม เป็นครั้งแรก ใน France 98 ก็ยังคงดำเนินต่อไป กับเป้าหมายในการ เป็นแชมป์บอลโลกให้ได้ภายในปี 2050 โดยมีชื่อโครงการนี้ว่า Dream project ซึ่งทีมชาติญี่ปุ่น “Samurai Blue” ก็เป็นผลงานของโครงการระดับชาตินี้เช่นกัน ถ้าคุณได้เห็นอารมณ์ ความรู้สึกของแฟนบอลแดนปลาดิบ คุณก็คงจะเริ่มเห็นภาพว่า ความฝันของพวกเขาที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ยังมีคนคอยสนับสนุนอยู่ ซึ่งรวมกับพัฒนาการของทีมชาติญี่ปุ่นในยุคหลังปี 2000 ซึ่งได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกทุกครั้งนั้น คงยากที่คุณจะบอกว่าพวกเขายังคงเป็นทีมรองบ่อนเช่นเดิม

FIFA 2022

ซึ่งแม้จะมีการสนับสนุนจากทางรัฐบาลอย่างเต็มที่แล้ว แต่ความฝันสู้บอลโลกนั้น ก็มีอยู่ในหัวใจคนญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลจาก Soft power อย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่ทรงพลังที่สุดในโลก อย่างสื่อมังงะและอนิเมชั่นของทางญี่ปุ่นเอง เช่น กัปตันซึบาสะ (1981-ปัจจุบัน) ที่เป็นมังงะที่เน้นในกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจัง กลายเป็นทั้งหมุดหมาย และความฝัน ของนักกีฬาฟุตบอลของญี่ปุ่นมามากกว่า 40 ปี

 

นอกจากนี้ก็ยังมังงะฟุตบอลชื่อดังอีกหลายเรื่อง เช่น Ao Ashi มังงะฟุตบอลระดับมัธยมปลายที่โด่งดังจนกระทั่งไปสร้างเป็นอนิเมชั่นออกฉายในเดือนเมษายน 2022 หรือ Gaint Killing เป็นมังงะที่ว่าด้วยวิกฤติของสโมสรฟุตบอล East Tokyo United ที่ตกต่ำถึงขีดสุด ที่พยายามดิ้นรนไม่ให้ตกชั้น แต่การได้โค้ชใหม่เข้ามากลายเป็นจุดเปลี่ยน ซึ่งนำเสนอหัวใจของการบริหารองค์กรอย่างสโมสรฟุตบอลในญี่ปุ่นในแบบที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน

 

 

 

มังงะเรื่อง Ao ni Nare หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ Be Blues! ว่าด้วยเรื่องของเด็กหนุ่มที่ตั้งเป้าเป็นนักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น (ซึ่ง Be Blues! หมายถึงการได้สวมชุดทีมชาติญี่ปุ่นสีน้ำเงินนั่นเอง) แต่เกิดอุบัติเหตุ จึงต้องพักฟื้นเป็นเวลาถึง 2 ปี ก่อนจะเข้ารับการคัดตัวเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ซึ่งการฝึกซ้อมหรือการคัดตัวจะดุเดือดแค่ไหน ก็หามังงะอ่านกันได้ โดยเวอร์ชั่นภาษาไทยตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ โดยใช้ชื่อไทยว่า Be Blues นักเตะเลือดซามูไร ตีพิมพ์ในไทยแล้ว 25 จากที่ตีพิมพ์ในญี่ปุ่น 48 เล่ม ปัจจุบันยังไม่จบ

 

 

หรือเรื่องล่าสุดอย่าง Blue Lock หรือในชื่อภาษาไทยคือ “ขังดวลแข้ง” ว่าด้วยเรื่องการเฟ้นหา Striker หรือศูนย์หน้าตัวทำประตู ให้กับทีมชาติญี่ปุ่น โดยใช้วิธีคัดเลือดอย่างทรหดกับนักกีฬาระดับเยาวชนชั้นหัวกะทิ 300 คน ที่ให้แข่งขันจะได้เพียงผู้ชนะ 1 เดียว ที่เป็นมังงะที่ถูกพูดถึงว่า เป็นมังะฟุตบอลที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา  ที่ยังต่อเติมความฝัน และหล่อเลี้ยงหัวใจนักสู้ของชาวญี่ปุ่นอยู่ไม่รู้จบเพื่อความฝัน “แชมป์บอลโลก” ให้เป็นจริง ซึ่งหากดูจากผลงานฟุตบอลโลกในครั้งนี้แล้ว ความฝันนี้อาจไม่ไกลเกินคว้าอีกต่อไปแล้ว

อ่านเรื่องราว เกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราว ทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

แหล่งอ้างอิง
https://www.siamsport.co.th/football-thailand/football-asia/4310/
https://www.jfa.jp/eng/samuraiblue/

 

ปรากฏการณ์ของ ทีมชาติญี่ปุ่น ใน ฟุตบอลโลก 2022 ที่พัฒนามาจากความพยายามและ Softpower

Pattarapong Khruapu

นักเขียนฟรีแลนส์ผู้เป็นทาสแมวและมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นสรณะ ชื่นชอบในการอ่าน ท่องเนต เล่นเกม และเดินเล่นในสวน เป้าหมายคือไปเที่ยวญี่ปุ่นให้บ่อยเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย