Home > Living > Kaleidoscope ซีรีส์ ซับซ้อนดั่งกล้องสลับลาย จาก Netflix
Kaleidoscope ซีรีส์ ซับซ้อนดั่งกล้องสลับลาย จาก Netflix

กลับมาอีกแล้ว กับภาพยนตร์แนวรวมทีมปล้น ที่เป็นที่นิยม จากความตื่นเต้นเร้าใจ ในการออกแบบฉากปล้นสะท้านโลก บวกกับเคมีของตัวละครต่าง ๆ ทั้งทีมปล้น ที่แม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่กลับไม่ใช่ว่าจะมีเหตุจูงใจ หรือความต้องการเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ความแค้นจากการหักหลังจึงบังเกิด กับ ซีรีส์ ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ดั่งกล้องสลับลาย อย่าง Kaleidoscope จาก Netflix

ซีรีส์ Netflix Kaleidoscope

ซีรีส์ Kaleidoscope จาก Netflix เป็นซีรีส์แนวดราม่า อาชญากรรม จำนวน 8 ตอน ที่มีสูตรสำเร็จ เด็ดจัด มาจากภาพยนตร์รวมทีมปล้นรุ่นพี่ อย่าง Ocean 11 หรือซีรีส์รุ่นพี่ อย่าง Money Heist ที่ดังระเบิดไปทั่วโลกแล้ว การจะเดินให้พ้นเงาซีรีส์อื่น ๆ ในแนวเดียวกัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไอเดียสุดล้ำ ของเหล่าผู้กำกับซีรีส์นี้ คือการออกแบบบทมาให้ Advance สุด ๆ เพราะได้มีถ่ายทำแบบ แยกแต่ละตอนอย่างชัดเจน คุณสามารถดูตอนใดก่อนก็ได้ หรือจะดูสลับกันก็ได้ โดยชื่อตอน จะตั้งเป็นชื่อสีต่าง ๆ ใครอยากดูสีไหนก่อนก็ได้ หรือจะดูเรียงสีก็ได้ แต่ให้เก็บสีขาว หรือ ตอน White ซึ่งเป็น Climax ของเรื่องไว้ชมเป็นอันดับหลังสุด แต่ไม่ว่าจะดูสลับกันอย่างไร สุดท้าย จะเข้าใจเรื่องได้เหมือนกันหมดทุกคน (ล้ำไม่ล้ำ ก็ลองชวนเพื่อนสักคนมาดู แต่ดูเรียงตอนสลับกัน รับรองว่าสุดท้ายเข้าใจเรื่องเหมือนกันเป๊ะ)

ทางซีรีส์ได้นำบทดราม่า จากความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง ทั้งในทีมปล้นเองรวมไปถึง ตัวละครหลักอื่น ๆ ในการปรุงรสให้ซีรีส์เรื่องนี้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ด้วยปมความขัดแย้ง ความแค้นสุมอก และการปล้นครั้งใหญ่ ที่ทุกคนมีเป้าหมายแตกต่างกันไป ตัวซีรีส์โดดเด่น ด้วยการเรียงตอน ทั้ง 8 ตอนแตกต่างกันไป ในแต่ละคนที่เข้าชม ทำให้ซีรีส์นี้มีรสชาติสดใหม่ แตกต่างกันไปในแต่ละคน และทำให้ตัวเรื่องซับซ้อนมากขึ้นจนหลายคน ยากจะประกอบเนื้อเข้าด้วยกันได้ หากดูเพียง 1-2 ตอนเท่านั้น

แต่ละตอนของซีรีส์ จะอยู่ในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างกันไป ตั้งแต่ 24 ปีก่อนปฏิบัติการปล้นจริง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราว ไปจนถึงการเวลา 6 เดือนหลังเหตุปล้น ซึ่งมีการใช้สีต่าง ๆ แทนตัวเลขตอน ซึ่งคุณสามารถดูในตอนใดก่อนก็ได้ คุณสามารถรู้เรื่องทั้งหมดได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะดูซีรีส์นี้ตอนใดก่อนก็ตาม ยกเว้นตอน White ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในวันปฏิบัติการปล้นซึ่งควรดูเป็นตอนสุดท้ายเพื่ออรรถรสในการรับชมสูงสุด ซึ่งสีของแต่ละตอนล้อกับชื่อเรื่อง Kaleidoscope ซึ่งหมายถึงการมองผ่านกล้องสลับลาย ที่สีสันจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่คุณหมุนกล้อง นอกจากจะคาดเดาไม่ได้ ยังสร้างความประหลาดใจให้ผู้ชมได้อีกด้วย

 

เรื่องราวเกิดขึ้นจาก Leo Pap จอมโจรหัวใส ฉลาดเป็นกรด จนหาตัวจับยาก ที่รับบทโดยนักแสดงผิวสีมากฝีมืออย่าง Giancarlo Esposito ที่ร่วมมือวางแผนปล้น ร่วมกับเพื่อนรัก แต่กลายเป็นว่า โดนเพื่อนรักหักหลังระหว่างปล้น ทำให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี ทำให้ชีวิตครอบครัวของเขา พังทลาย ฮันนาห์ ลูกสาวที่ยังเล็กของเขา ต้องเป็นเด็กกำพร้า

ซีรีส์ Netflix Kaleidoscope

เพื่อนรักร่วมปล้น ได้ทรัพย์สินจากการปล้นครั้งนั้นไป สร้างตัวตนใหม่เป็น Roger Salas ที่รับบทโดย Rufus Sewell ทำธุรกิจบริษัทรักษาความปลอดภัย สำหรับป้องกันการโจรกรรม ในห้องนิรภัยโดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้ชักชวน ฮันนาห์ ไปทำงานด้วย ยิ่งตอกย้ำ Leo ว่าเขาถูกแย่งชิงไปทุกอย่าง จนกลายเป็นไฟแค้น ในการวางแผน ปล้นห้องนิรภัยของ Salas เพื่อทำลายบริษัทของอดีต เพื่อนรัก เพื่อนแค้น ของเขาให้สมแค้น

การวางเวลาของเรื่อง ให้ไม่ได้เรียงเป็นลำดับ ทำให้เกิดความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ของตัวละครต่าง ๆ ได้ อย่างแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร แต่กลายเป็นว่าหากเรียงตามเวลาอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้ซีรีส์รสชาติแปร่งไป แต่การวางโครงเรื่อง มีชั้นเชิง สมกับเป็นหนังวางแผนโจรกรรม และยังมีปมของแต่ละตัวละคร ที่ผลักดันให้แต่ละตัวละครมีความขัดแย้ง และไม่เข้ากันอยู่ โดยรวมจะสนุกเทียมเท่ารุ่นพี่ทั้งหลายหรือไม่ ซีรส์เรื่องนี้ก็รอให้คุณไปพิสูจน์อยู่บน Netflix แล้ว วันนี้

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

แหล่งอ้างอิง
https://www.imdb.com/title/tt15438246/
Kaleidoscope ซีรีส์ ซับซ้อนดั่งกล้องสลับลาย จาก Netflix

Pattarapong Khruapu

นักเขียนฟรีแลนส์ผู้เป็นทาสแมวและมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นสรณะ ชื่นชอบในการอ่าน ท่องเนต เล่นเกม และเดินเล่นในสวน เป้าหมายคือไปเที่ยวญี่ปุ่นให้บ่อยเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย